ประเทศไทยและทั่วโลกกำลังเข้าสู่ วิกฤตแรงงานปี 2026 อย่างเต็มรูปแบบ เมื่อ AI เร่งให้เกิดช่องว่างแบบ K-Shape ทิ้งคนทำงานกลุ่มใหญ่ไว้ข้างหลัง ท่ามกลางภาวะตลาดแรงงานที่เปลี่ยนจากการขยายตัวสู่การปรับสมดุลและควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวด ข้อมูลจากสถาบันระดับโลกชี้ตรงกันว่า ทักษะงานส่วนใหญ่เปลี่ยนไปสูงถึง 70% ภายในปี 2030 ขณะที่สถานการณ์ในไทยยังเผชิญความเสี่ยงจากการเลิกจ้างในระบบที่อาจสูงถึง 40,000 คนต่อเดือน ผสานกับวิกฤตสุขภาพจิตจากการทำงานที่ WHO เตือนว่ากำลังบั่นทอนขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโครงสร้าง เพื่อรับมือกับวิกฤติครั้งนี้ Creative Talk, QGEN Consult และ AME Imaginative จึงจับมือร่วมกันจัดงาน People Performance Conference 2026 นำเสนอทางรอดผ่านแนวคิด “Work Life Intelligence” ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญในการยกระดับคุณค่าของมนุษย์ให้เหนือกว่า AI และจัดการชีวิตให้สมดุลเพื่อประสิทธิภาพงานที่ยั่งยืน บนความเชื่อว่า “คน” คือทรัพยากรที่สำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนธุรกิจ พบกันวันที่ 1 เมษายน 2569 ณ Bhiraj Hall, BITEC บางนา

คุณสิทธิพงศ์ ศิริมาศเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง RGB72 และ CREATIVE TALK กล่าวว่า “ในปี 2026 เราไม่ได้มองว่า AI เป็นแค่เครื่องมืออีกต่อไป แต่มันคือ Digital Employee หรือพนักงานคนหนึ่งที่เข้ามานั่งทำงานกับเราอย่างเต็มรูปแบบ สิ่งที่น่ากังวลที่สุด คือการเกิดช่องว่างแบบ K-Shape ที่ชัดเจนมาก คนกลุ่มหนึ่งที่ใช้ AI เป็นที่ปรึกษา เพื่อขยายศักยภาพตัวเอง จะพุ่งทะยานขึ้นเป็นขาขึ้นของตัว K ในขณะที่คนที่ปรับตัวไม่ทัน หรือ ขาดทักษะในการใช้ AI อย่างเข้าใจจะถูกทิ้งไว้ข้างหลังอย่างรวดเร็ว อีกทั้งการใช้ AI ในยุคนี้ไม่ใช่ช่วงเวลาของการทดลองใช้ (Explore) อีกต่อไป แต่เป็นยุคของการวัดผลจริง (Evaluation) ผ่าน AI Agents ที่ทำงานแทนเราได้เกือบสมบูรณ์ หน้าที่ของเรา จึงต้องรู้เท่าทันและสามารถควบคุมเครื่องมือเหล่านี้ได้ ดังนั้นโจทย์ของคนทำงานวันนี้ไม่ใช่แค่ต้องเก่งขึ้น แต่ต้องรู้ว่าจะใช้เทคโนโลยีอย่างไรเพื่อเพิ่มคุณค่าให้ตัวเอง ขณะเดียวกันก็ต้องสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข เพราะทั้งงานและการใช้ชีวิตมีความเชื่อมโยงกัน เมื่องานดี ชีวิตก็ดีไปด้วย เพราะชีวิตดี งานก็ดีตามไปด้วย นี่จึงเป็นเหตุผลที่เราจัด People Performance Conference 2026 ขึ้นมา เพื่อนำเสนอแนวคิด Work life intelligence ที่คนทำงานต้องติดอาวุธทักษะการทำงานและทักษะการใช้ชีวิต

คุณอภิชาติ ขันธวิธิ Co-founder ของ QGEN Consult กล่าวว่า “ความท้าทายขององค์กรในปีนี้ คือการมีเทคโนโลยีล้ำสมัยแต่พนักงานกลับวิ่งตามไม่ทัน ทำให้ผลลัพธ์ที่คาดหวังไม่เกิดขึ้นจริง เมื่อ AI เข้ามาจัดการเนื้องานส่วนใหญ่จนบางแผนกอาจเหลือคนทำงานลดลง พนักงานจึงต้องเปลี่ยนจากการทำงานแบบเดิมมาเป็นการทำงานเหนือ AI หรือ การควบคุม AI อย่างเข้าใจ จุดนี้เองที่บีบให้ต้องเร่ง Up-skill และ Re-skill เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในมิติที่ AI ทำแทนไม่ได้ เพราะหากทักษะเดิมเริ่มหมดอายุแต่เราไม่รีบสร้างคุณค่าใหม่เพิ่มให้ทันความเร็วของโลก เราจะกลายเป็นส่วนเกินขององค์กรทันที นี่คือเหตุผลว่าทำไมการเป็นผู้เรียนรู้เร็ว (Fast Learner) จึงเป็นทางรอดเดียวของคนทำงานยุคนี้ ขณะเดียวกันองค์กรยังต้องเผชิญกับความย้อนแย้งในการจัดการ (Management Paradox) ที่รุนแรงขึ้น เช่น องค์กรต้องเร่งสปีดแข่งกับตลาดแต่ไม่สามารถแบกรับความเสี่ยงได้ หรือการทำงานกับ Gen Z ที่ต้องการทั้งอิสระแต่องค์กรต้องการผลงานที่มีคุณภาพในเวลารวดเร็ว ความกดดันเหล่านี้คือจุดเริ่มต้นของปัญหาสุขภาพจิตที่ทำให้เบิร์นเอาท์ องค์กรยุคใหม่จึงต้องสร้างวัฒนธรรมแห่งความเชื่อใจ และให้อำนาจพนักงานตัดสินใจเลือกเครื่องมือและเวลาด้วยตัวเอง แนวคิดเดิมอย่าง Work life integration ที่ว่าด้วยการหลอมรวมทั้งงานและชีวิตเข้าด้วยกันจึงไม่เพียงพอและเข้ากับบริบทปัจจุบัน แต่แนวคิดที่มาแทนที่คือ Work Life Intelligence ที่คนทำงานจะต้องเก่งทั้งงานและมีพลังในการใช้ชีวิตไปพร้อมกัน”

ขณะที่คุณเจรมัย พิทักษ์วงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอเอ็มอี อิมเมจิเนทีฟ จำกัด กล่าวว่า “องค์กรในอดีตอาจเติบโตด้วย Succession Plan แต่อนาคตต้องขับเคลื่อนด้วย Transition Plan เพราะโจทย์วันนี้ไม่ใช่แค่ ใครจะมาแทนใคร แต่คือการ ส่งต่อคุณค่า ความรู้ และความเชื่อมั่น ให้เติบโตข้ามรุ่นอย่างต่อเนื่อง โดยหัวใจสำคัญคือการ ออกแบบความรู้สึก เพื่อเปลี่ยนความอึดอัดเป็นการทำงานร่วมกัน เริ่มจากคนรุ่นอาวุโสที่กังวลเรื่อง กำลังถูกแทนที่ ให้เปลี่ยนเป็น Mentor หรือผู้ส่งต่อประสบการณ์ ขณะที่คนรุ่นใหม่ซึ่งรู้สึกว่าโอกาสมาเร็วไปจนไม่มั่นใจ ก็จะได้ทดลองโดยไม่ต้องแบกคนเดียว และคนตรงกลาง (Sandwich Generation) หรือวัยเดอะแบกที่มักรู้สึกไม่มีที่ยืน เพราะต้องรับศึกหนักทั้งภาระครอบครัวและแรงกดดันในงานจนบั่นทอนสุขภาพจิตและต้องตามเทคโนโลยีให้ทัน ก็จะมีเส้นทางที่ชัดเจนขึ้น เพราะสุดท้ายแล้ว “องค์กรที่แข็งแรงไม่ใช่ที่ที่เปลี่ยนคนเร็วที่สุด” แต่คือที่ที่ “ส่งต่อได้ดีที่สุด” เพื่อให้ทุกคนมีบทบาทใหม่ในอนาคตร่วมกัน ซึ่งเวที Life Growth Stage จะเป็นพื้นที่ช่วยปรับ Mindset และดูแลหัวใจให้คนทำงานทุกรุ่นเติบโตไปพร้อมกับความสุขอย่างยั่งยืน”
People Performance Conference 2026 เผย 5 Insight ที่กำหนดอนาคตของคนทำงานในแห่งอนาคต
1.เมื่อ AI กำลังคัดคน
ข้อมูลจาก World Economic Forum ระบุว่า “ช่องว่างทางทักษะ” คือปัญหาหลักของการเปลี่ยนผ่านทางธุรกิจ โดยนายจ้างกว่า 63% ระบุว่าเป็นอุปสรรคสูงสุดในช่วงปี 2025-2030 ส่งผลให้องค์กรส่วนใหญ่ต้องเร่งปรับกลยุทธ์ โดย 85% เร่งแผนอัปสกิลพนักงานเดิมขนานใหญ่ 70% เตรียมจ้างบุคลากรใหม่ที่มีทักษะตอบโจทย์อนาคต และ 50% เน้นการโยกย้ายพนักงานจากบทบาทที่กำลังถดถอยไปสู่ตำแหน่งที่เติบโต ขณะที่ LinkedIn คาดการณ์ว่าภายในปี 2030 70% ของทักษะที่จำเป็นในตลาดแรงงานจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โดยมี AI เป็นตัวเร่ง ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจาก TrueUp (17.03.69) ชี้ว่าในปี 2025 มีการเลิกจ้างพนักงานเทคโนโลยีถึง 783 ครั้ง กระทบ 245,953 คน และต่อเนื่องมาถึงปี 2026 ที่มีการปลดพนักงานแล้วอีก 171 ครั้ง กระทบพนักงานกว่า 55,911 คน) สะท้อนว่าโลกของงานไม่ได้แค่เปลี่ยนเร็วขึ้น แต่กำลัง “คัดคน” เร็วขึ้นด้วยเช่นกันซึ่งทำให้เกิดช่องว่างแบบ K-Shape ระหว่างคนที่ใช้เทคโนโลยีเพิ่มมูลค่าให้ตัวเองได้ กับคนที่เริ่มตามไม่ทันและเสี่ยงถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
2.เมื่อองค์กรเล็กลง แต่ความคาดหวังใหญ่ขึ้น
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ปี 2569 การเลิกจ้างแรงงานในระบบประกันสังคม ม.33 ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 7%ต่อปี หรือไม่ต่ำกว่า 40,000 คนต่อเดือน หลังปี 2568 มีผู้ถูกเลิกจ้างรวม 531,779 คน เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อนหน้า ท่ามกลางแรงกดดันจากเศรษฐกิจอ่อนแอ การแข่งขันรุนแรง และการใช้เทคโนโลยีทดแทนแรงงานมากขึ้น ทำให้องค์กรให้ความสำคัญกับการควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวด ขณะเดียวกันก็เกิดสงครามแย่งชิงตัว (War for Talent) ในกลุ่มคนที่มีทักษะเฉพาะทางที่ธุรกิจต้องการจริงๆ ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนว่าโจทย์ขององค์กรไทยในวันนี้คือ “จะโตอย่างไรในวันที่ต้องใช้คนน้อยลง แต่ยังต้องรักษาผลลัพธ์ไว้ให้ได้” นั่นหมายความว่าคนทำงานไม่ได้แค่ต้องเก่งขึ้น แต่ต้องรับผิดชอบมากขึ้น ทำงานกว้างขึ้น และอยู่ในโครงสร้างองค์กรที่เล็กลง
3.เมื่อแรงงานไทยลดลง แต่คนวัยทำงานต้องแบกมากขึ้น
สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ชี้ว่า ไทยกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญจากภาวะ “เกิดน้อย อายุยืน และแรงงานหดตัว” อย่างรวดเร็ว และกำลังจะเข้าสู่ สังคมสูงวัยระดับสุดยอด หรือมีผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 28% ภายในเวลาไม่ถึง 10 ปีข้างหน้า ตัวเลขนี้กำลังบอกเราว่า คนวัยทำงานไทยไม่ได้แค่ทำงานหาเลี้ยงตัวเอง แต่กำลังทำหน้าที่เป็นเสาหลักให้ทั้งองค์กรและครอบครัวพร้อมกัน ในวันที่แรงงานลดลง แต่ภาระกลับเพิ่มขึ้น ทำให้เรื่อง midlife, คนวัยเดอะแบก, generation gap และความมั่นคงทางการเงินกลายเป็นวาระสำคัญระดับประเทศ
4. สุขภาพใจกลายเป็นต้นทุนทางธุรกิจที่จับต้องได้
ข้อมูลจาก องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า สภาพแวดล้อมการทำงานที่ไม่ดี เช่น ภาระงานที่หนักเกินไป การขาดอำนาจจัดการงาน ความไม่มั่นคง และความขัดแย้งระหว่างเรื่องงานกับชีวิต คือความเสี่ยงโดยตรงต่อสุขภาพจิต ซึ่งในแต่ละปีทั่วโลกต้องสูญเสียวันทำงานไปถึง 12,000 ล้านวัน จากภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวล คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางผลิตภาพ (Productivity) สูงถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ตัวเลขมหาศาลนี้ตอกย้ำว่า Wellbeing ไม่ใช่เพียง สวัสดิการเสริม หรือเรื่องส่วนตัวของพนักงานอีกต่อไป แต่เป็น โครงสร้างพื้นฐาน ที่ช่วยสร้าง Performance อย่างยั่งยืน
5. แค่เก่ง ไม่พออีกต่อไป
ข้อมูลจาก World Economic Forum ระบุว่าในโลกการทำงานยุคใหม่นั้นความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการอยู่รอดอีกต่อไป ซึ่ง 7 ใน 10 ของบริษัทชั้นนำชี้ว่า Analytical thinking คือทักษะที่สำคัญที่สุด ควบคู่ไปกับ Resilience, flexibility and agility ที่กลายเป็นทักษะแกนหลักที่องค์กรโหยหามากที่สุด ที่น่ากังวลคือหากเปรียบเทียบคนทำงานทั่วโลกเป็น 100 คน จะมีถึง 59 คน ที่จำเป็นต้องได้รับทักษะใหม่ (Reskill) ภายในปี 2030 ขณะที่อีก 11 คน กำลังตกอยู่ในความเสี่ยงสูงสุดที่จะเข้าไม่ถึงการพัฒนาทักษะที่จำเป็น ตัวเลขเหล่านี้ส่งสัญญาณชัดเจนว่าโลกวันนี้ไม่ได้ต้องการแค่ “คนเก่ง” แต่ต้องการคนที่ “ฉลาดจัดการ” (Intelligence) ทั้งในแง่การคิด การปรับตัว และการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว
Work Life Intelligence = Solution
งาน People Performance Conference 2026 จึงยกแนวคิด Work Life Intelligence มาเป็นธีมในปีนี้ เพื่อติดอาวุธให้คนทำงานสามารถจัดการชีวิต พิชิตงานได้ ผ่านเรียนรู้ 2 เรื่องหลัก คือ การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และการจัดการชีวิตให้ลงตัว โดยในงานจะแบ่งออกเป็น 2 เวทีใหญ่
- Work Performance Stage: เจาะลึก “Work Intelligence” เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงานและการบริหารองค์กรในโลกยุคใหม่. เน้นหนักเรื่องการอัปเดตเทรนด์แรงงานปี 2026, การบริหารคนในยุค AI, และการแก้ปัญหาความย้อนแย้งในโลกการทำงาน. ถ่ายทอดอินไซต์โดยผู้เชี่ยวชาญและผู้บริหารจากองค์กรชั้นนำ อาทิ AIS, กลุ่มธุรกิจ TCP, Slingshot Group และ QGEN Consultant
- Life Growth Stage: มุ่งสร้าง “Life Intelligence” หรือความฉลาดในการจัดการชีวิตที่เป็นรากฐานสำคัญของความสำเร็จ. เนื้อหาเน้นการฮีลใจและแก้ปัญหาชีวิตคนทำงานแบบครบวงจร ตั้งแต่การหาจุดสมดุลความสุข (Sweet Spot), การรับมือภาวะเดอะแบก, การจัดการวิกฤตวัยกลางคน ไปจนถึงความมั่งคั่งทางการเงิน นำทีมโดยวิทยากรชื่อดัง อาทิ แอน ทองประสม, พญ.พิยะดา, เขื่อน ภัทรดนัย และพอล ภัทรพล

คุณทรงเกียรติ ปัญจมาโนชญ์ ผู้จัดการด้านแพลตฟอร์มการเรียนรู้สำหรับการพัฒนาบุคคล บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในยุค AI Transformation สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่เพียงการนำเครื่องมือมาใช้ แต่คือการทำให้คน สามารถทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างชาญฉลาด เรามุ่งเน้นการสร้างพื้นที่การเรียนรู้เพื่อให้คนทำงานก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม และเปลี่ยนความท้าทายจาก AI ให้เป็นโอกาสในการขยายศักยภาพของมนุษย์ให้ไปได้ไกลกว่าที่เคยเป็น”

ขณะที่ คุณประกรรษ์ จันทร์ทอง ประธานผู้บริหารสายงานทรัพยากรบุคคล กลุ่มธุรกิจ TCP กล่าวว่า “ในโลกการทำงานยุคใหม่ โจทย์สำคัญไม่ใช่แค่การพัฒนาทักษะ แต่คือการออกแบบพลังงาน หรือ Energy Design เพราะตลอด 70 ปี กลุ่มธุรกิจ TCP เราให้ความสำคัญกับ ‘พลังของคน’ เป็นอันดับหนึ่ง เราเชื่อว่าถ้าพนักงานขาดพลังใจที่สมดุล ต่อให้มีเครื่องมือที่ดีที่สุด เขาก็ไม่สามารถขับเคลื่อนเป้าหมายให้ชัดเจนได้ การสร้างระบบที่เอื้อให้คนบริหารจัดการพลังงานในตัวเองได้ คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้ทั้งคนและองค์กรก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน โดยไม่ทิ้งใครไว้กับภาวะหมดไฟ”
ใครบ้างที่ไม่ควรพลาดงานนี้?
- Leaders & Managers: ผู้นำที่ต้องการจัดการความย้อนแย้ง เร่งผลงานแต่ยังดูแลใจคนในทีมได้
- HR Professionals: ผู้ที่ต้องการอัปเดตเทรนด์ People Tech และการสร้างวัฒนธรรมทีมแบบ AI-First
- คนทำงานสาย “เดอะแบก”: คนทำงานเก่งที่ต้องการทางรอดและวิธีฟื้นฟูจากภาวะ Burnout
- Business Owners: เจ้าของธุรกิจที่ต้องการ Transform องค์กร อุดรูรั่ว และสร้าง Performance ที่ยั่งยืน
- Individual Contributors: คนทำงานที่ต้องการ Upskill ทั้งด้าน AI, การสื่อสารต่าง Gen และการเงิน
สิทธิประโยชน์และรายละเอียดงาน
- สิ่งที่จะได้รับ: ทักษะการจัดการชีวิตและงานไปพร้อมกัน , สิทธิ์รับชมวิดีโอย้อนหลัง 6 เดือน , และสิทธิพิเศษจากบูธกว่า 50 บูธ
- บัตร EARLY BIRD: 1,290 บาท (จากราคาปกติ 3,000 บาท)
พบกันที่งาน People Performance Conference 2026 พื้นที่ที่จะพาคุณไปค้นพบ Work Life Intelligence เพื่อจัดการชีวิตและพิชิตงานไปพร้อมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ในวันที่ 1 เมษายน 2569 ณ Bhiraj Hall, BITEC บางนา
ติดต่อซื้อบัตรได้ที่ https://www.zipeventapp.com/e/PPC2026
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/PEOPLEPERFORMANCECONFERENCE


