OpenAI (บริษัทผู้พัฒนา ChatGPT) กำลังเตรียมทดสอบการแสดง Ads ภายในแอป ChatGPT สำหรับผู้ใช้งานในระดับ Free และ Go (บริการพื้นฐานและราคาย่อมเยา) โดยโฆษณาจะปรากฏ หลังคำตอบของ ChatGPT เมื่อระบบเห็นว่ามี สินค้าหรือบริการที่เกี่ยวข้องกับข้อความสนทนา ซึ่งจะถูกแยกออกจากคำตอบหลักและแสดงอย่างชัดเจนว่าเป็น Ads หรือ Sponsored เพื่อความโปร่งใส

ตัวอย่าง: ถ้าผู้ใช้ถามเรื่อง ไอเดียทำอาหารเม็กซิกัน โฆษณาอาจแสดงข้อเสนอเกี่ยวกับวัตถุดิบ หรือ อุปกรณ์ทำอาหารที่เกี่ยวข้อง ใต้คำตอบของ ChatGPT
แนวทางการโฆษณาที่ OpenAI กำหนดไว้
- โฆษณาที่แสดงใน ChatGPT จะไม่เข้าไปมีอิทธิพลต่อเนื้อหาคำตอบของ AI คำตอบจาก ChatGPT ยังคงถูกเลือกโดยระบบเพื่อให้เป็นประโยชน์ที่สุดสำหรับผู้ใช้ ส่วนโฆษณาจะถูกแยกออกจากคำตอบ พร้อมป้ายระบุอย่างชัดเจนว่าเป็น Sponsored เพื่อความโปร่งใส
- ไม่อนุญาตให้ผู้ลงโฆษณาเข้าถึงบทสนทนาเหล่านั้นโดยตรง และข้อมูลของผู้ใช้จะไม่ถูกขายให้กับผู้ลงโฆษณา
- ผู้ใช้มีสิทธิ์ควบคุมข้อมูลของตัวเอง สามารถปิดการปรับแต่งส่วนบุคคล และลบข้อมูลที่ใช้สำหรับโฆษณาได้ทุกเมื่อ ซึ่งจะมีตัวเลือกให้ผู้ใช้ไม่ต้องเห็นโฆษณาใน ChatGPT เสมอ รวมถึง OpenAI จะมีแพ็กเกจแบบชำระเงินที่ไม่มีโฆษณา เหมือนบริการอื่น ๆ เช่น Netflix หรือ Spotify
ใครจะเห็น Ads?
ในช่วงแรก การทดสอบ Ads ภายในแอป ChatGPT จะเริ่มกับ:
✔ ผู้ใช้ Free และ Go ในสหรัฐอเมริกา
✔ ผู้ใช้อายุมากกว่า 18 ปี
✔ ผู้มีบัญชีแบบ Plus, Pro, Business และ Enterprise จะยังไม่เห็น Ads ภายในแพลตฟอร์ม
บทวิเคราะห์: ผลกระทบต่อแบรนด์และนักการตลาด
ปัจจุบัน ChatGPT มีผู้ใช้งานทั่วโลกต่อสัปดาห์กว่า 800 ล้านคน (อ้างอิงจาก Business Insider) ทำให้แพลตฟอร์มนี้กำลังกลายเป็น จุดเชื่อมต่อใหม่ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค ในช่วงเวลาที่ผู้บริโภค กำลังต้องการข้อมูลหรือทางเลือกบางอย่างจริง ๆ
การที่ ChatGPT เตรียมเริ่มแสดงโฆษณา ไม่ได้กระทบแค่ประสบการณ์ผู้ใช้ แต่อาจจะเปลี่ยนสมการของการตลาดดิจิทัล ในหลายมิติ โดยเฉพาะสำหรับแบรนด์และนักการตลาดที่คุ้นชินกับแพลตฟอร์มโฆษณาแบบเดิม
Contextual Reach → Conversational Relevance
โฆษณาจะเปลี่ยนไปจากแย่งพื้นที่ สู่การแย่งบริบท เพราะการโฆษณาใน ChatGPT ไม่ได้แข่งขันกันที่ตำแหน่งหรือขนาดเหมือน banner ads แต่แข่งขันกันที่ความเกี่ยวข้องกับคำถามของผู้ใช้ หมายความว่าแบรนด์ไม่ใช่แค่คิดว่าจะโชว์อะไร แต่ต้องเริ่มคิดว่าจะไปปรากฏในคำถามแบบไหน การที่นักการตลาดที่เข้าใจ intent ของผู้ใช้ และออกแบบ message ให้ตอบโจทย์คำถามจริง
Google Ads vs ChatGPT Ads
แม้วันนี้คนจะพิมพ์เป็นประโยคแทนคีย์เวิร์ดมากขึ้นบน Google Search แต่ในการยิงโฆษณายังต้องอาศัยการคิดคีย์เวิร์ดและแข่ง bid ราคากันที่คีย์เวิร์ดเพื่อแย่งพื้นที่แสดงผลอยู่ โดยตำแหน่งของ Ads ใน Google จะอยู่บนสุดหรือหลัง AI Overview แต่ใน ChatGPT มีพฤติกรรมที่ต่างกันคือผู้ใช้จะถามในรูปแบบคำถาม และ ตำแหน่งของ Ads จะโผล่มาหลังคำตอบ ซึ่งนั่นหมายความว่าถ้าโฆษณาไม่ช่วยต่อยอดคำตอบ ผู้ใช้จะรู้สึกทันทีว่าเป็นส่วนเกินทันที
Context-first
การมาของโฆษณาใน ChatGPT อาจทำให้นักการตลาดต้องเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องการสื่อสาร เพราะพื้นที่ที่ผู้ใช้ค้นหาไม่ได้ต้องการโฆษณา แต่เป็นพื้นที่ที่ผู้ใช้กำลังมองหาคำตอบ เนื่องจากโฆษณาใน ChatGPT จะอยู่ หลังคำตอบหลักของ AI นั่นทำให้อาจจะต้องเปลี่ยนจากการขายของเป็นการช่วยคิดหรือแนะนำสิ่งที่เกี่ยวข้อง
การมาของ ChatGPT Ads อาจไม่ได้มาแทน Google หรือ Social Ads ทันทีแต่กำลังกลายเป็นหนึ่งเรื่องที่แบรนด์ต้องทดลองและเรียนรู้ และอาจมี Metrics ใหม่ๆ ที่วัดมากกว่าแค่คลิกหรืออิมเพรสชัน ความได้เปรียบอาจไม่ได้อยู่ที่ใครใช้เครื่องมือก่อน แต่เป็น ใครที่เข้าใจมันลึกกว่า และปรับตัวได้เร็วกว่า เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่ยังมาไม่ถึง


